| การวิจัยตลาด
(Market Research) เป็นการรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นระบบ
อันเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่เฉพาะเจาะจง คู่แข่ง
และ/หรือสภาพแวดล้อม ซึ่งมักจะเป็นการรวบรวมข้อมูลในบางรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการวิจัยขั้นทุติยภูมิ
(Secondary Researchหรือที่มักเรียกว่าการวิจัยบนโต๊ะ Desk Research
) หรือการวิจัยขั้นปฐมภูมิ (Primary Research) ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลโดยตรงจากผู้ตอบคำถาม
จุดประสงค์ของโครงการวิจัยตลาดใดๆก็คือ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องที่ทำการศึกษาให้มากขึ้น
จากภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทั่วทุกมุมโลก ปัจจุบันการวิจัยตลาดจึงอยู่ในระเบียบวาระในหลายๆองค์กร
ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม
การวิจัยตลาดของทีมงาน ดีบีฟอบิสเนส ในด้านการวิจัยตลาด มีดังนี้
1. บริการจัดทำแบบสอบถามทั้งภาษาไทย
อังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และอื่นๆ
2. บริการแจกแบบสอบถาม และรวบรวมข้อมูล
3. บริการประมวลผลข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS และวิเคราะห์ข้อมูล
ขั้นตอนวิธีการวิจัยมีดังนี้
1. ขั้นปัญหา (Problem) เป็นการกำหนดชี้วัดลงไปว่ามีปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
2. ขั้นตั้งสมมุติฐาน (Hypothesis) เป็นการคาดคะเนคำตอบที่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างมีเหตุ
ผล ก่อนที่จะตรวจสอบคำตอบที่แท้จริงของคำตอบนั้นๆ
3. ขั้นรวบรวมข้อมูล (Collecting data) เป็นการศึกษา ค้นหาข้อมูลหรือข้อเท็จจริง
ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อไป
4. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) เป็นการจัดกระทำกับข้อมูลที่รวบรวมมาได้โดยวิธีการ
ทางสถิติหรือตรรกศาสตร์ เพื่อตรวจสอบว่าสมมุติฐานที่ตั้งไว้เป็นจริงหรือไม่
5. ขั้นสรุป (Conclusion) เป็นการสรุปผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลว่าข้อเท็จจริงของ
ปัญหานั้นคืออะไร
วัตถุประสงค์ของการวิจัยตลาด
เพื่อทำการวิจัยตลาด เหล่าองค์กรอาจตัดสินใจทำโครงการวิจัยด้วยตนเอง
( บางองค์กรอาจใช้ฝ่ายการวิจัยตลาด) หรืออาจใช้บริการบริษัทหรือที่ปรึกษาด้านการวิจัยตลาด
ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม จำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมายของการวิจัยใดๆก่อนที่จะทำการวิจัย
ยกตัวอย่างเช่น ต้องการเรียนรู้อะไรจากการวิจัย
และจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง
หลังจากที่พิจารณาเรื่องของวัตถุประสงค์ การวิจัยตลาดสามารถนำเทคนิคและวิธีการวิจัยหลายๆแบบมาใช้เพื่อให้ได
้ข้อมูลที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลแบบเชิงข้อมูลปริมาณ
(Quantitative information) และเชิงข้อมูลคุณภาพ (qualitative information)
ซึ่งการนำแต่ละวิธีมาใช้จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการวิจัย แต่ส่วนมากเชื่อว่าจะได้ผลลัพธ์ที่มีประโยชน์สูงสุดหากรวมสองวิธีนี้เข้าด้วยกัน
การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative
Research)
การวิจัยเชิงปริมาณเป็นการวิจัยเชิงตัวเลขที่มุ่งเน้นความสนใจไปที่การวัดปรากฏการณ์ทางการตลาดและมักจะเกี่ยวเนื่อง
กับการวิเคราะห์ทางสถิติ ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารหนึ่งๆอาจขอให้ลูกค้าทำการให้คะแนนการบริการของธนาคารว่า
ยอดเยี่ยม ดี แย่หรือแย่มากเป็นต้น ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณที่สามารถวิเคราะห์ออกมาในเชิงสถิติได้
ข้อสำคัญของการวิจัยเชิงปริมาณคือผู้ตอบคำถามทุกๆคนจะต้องได้รับคำถามชุดเดียวกัน
วิธีการนี้เป็นแบบแผนอย่างมากและมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ถูกสัมภาษณ์หรือผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมาก
บางทีเทคนิคเชิงปริมาณที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายที่สุดคือ
การสำรวจวิจัยทางการตลาด (market research survey) โครงการเหล่านี้เป็นโครงการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลจากหลายๆรูปแบบ
เช่น ลูกค้าหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ การสำรวจเชิงปริมาณสามารถทำได้โดยการส่งทางไปรษณีย์
(ตอบแบบสอบถามด้วยตนเองหรือ self-completion)
แบบตัวต่อตัว (ตามถนนหรือที่บ้าน) ทางโทรศัพท์ อีเมล์หรือเทคนิคเวปไซด์
แบบสอบถามเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจ
แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมืออันหลากหลายที่ใช้สำหรับการรวบรวมข้อมูล
การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative
Research)
การวิจัยเชิงคุณภาพช่วยให้เกิดความเข้าใจว่าสิ่งต่างๆเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรหรือเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
เช่น ผู้ทำการวิจัยทางการตลาดอาจหยุดถามลูกค้าที่ซื้อขนมปังชนิดหนึ่งและถามว่าทำไมถึงเลือกซื้อขนมปังชนิดนั้นๆ
ซึ่งไม่เหมือนการวิจัยเชิงปริมาณ เพราะการวิจัยเชิงคุณภาพไม่มีคำถามตายตัว
หากมีเพียงแค่แนวทางหัวข้อ (หรือแนวทางการอภิปราย) ที่ใช้ในการสำรวจหัวข้อต่างๆแบบเจาะลึก
โดยส่วนใหญ่การสนทนาระหว่างผู้สัมภาษณ์ (หรือผู้ดำเนินการ/Moderator)
กับผู้ถูกสัมภาษณ์จะดำเนินไปตามความคิดและความรู้สึกของผู้ตอบคำถาม
เช่นเดียวกันกับเทคนิคเชิงปริมาณ ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ
(qualitative methodology) ก็มีอยู่หลากหลายเช่นกัน การวิจัยในรูปแบบนี้ส่วนมากนิยมทำกันแบบตัวต่อตัว
(face-to-face) และหนึ่งในเทคนิคที่รู้จักกันแพร่หลายคือ
การอภิปรายกลุ่มการวิจัยตลาด (market research group discussions)
(หรือเฉพาะกลุ่ม)
ซึ่งมักจะประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมาย 6-8 คนกับผู้ทำการวิจัยซึ่งมีหน้าที่ที่ต้องถามคำถามและดึงเอาคำตอบออกมา
กระตุ้นให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สังเกตปฏิกิริยา และทำการบันทึกภาพหรือเสียง
|